หนอนผีเสื้อกินใบสัก(Hyblaea puera Cram., Pyrausta machaeralis Wlk.)

218 จำนวนผู้เข้าชม  |  ความรู้เรื่องแมลง

หนอนผีเสื้อกินใบสัก(Hyblaea puera Cram., Pyrausta machaeralis Wlk.)

ความสำคัญ

  หนอนกินใบทั้ง 2 ชนิด ได้เคยมีการรายงานการระบาดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2470 ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน สวนป่าที่ได้รับความเสียหายรุนแรงและพบเป็นประจำทุกปีคือ สวนสักเขาดิน จังหวัดราชบุรี สถานีวนกรรม จังหวัดสระบุรี สวนสักกลางดง จังหวัดนครราชสีมา และสวนสักผานกเขา จังหวัดขอนแก่น ต้นสักได้รับความเสียหายรุนแรงก็ด้วยเหตุที่วงจรชีวิตของหนอนกินใบสักใช้เวลาประมาณ 1 เดือน แต่ต้นสักจะผลิใบอยู่ตลอดช่วงที่มีฝนตก ทำให้ต้นสักถูกหนอนกัดกินทำลายใบอยู่ได้ถึง 3 ครั้ง การถูกทำลายรุ่นแรงถึง 3 ครั้ง มีผลต่ออัตราการเพิ่มพูนมาก ต้นสักที่ตัดจากสวนสักเขาบิน ราชบุรี ซึ่งได้รับความเสียหายหนักจากแมลงนี้ในปี 2509-2511 พบว่า วงปีในช่วง 3 ปีนี้รวมกัน มีขนาดเท่ากับวงปีในปี 2508 เพียงปีเดียวแสดงว่าอัตราเติมการเพิ่มพูนน้อยลงถึง 1 ใน 3

ชีววิทยา

  ผีเสื้อ P. machaeralis มีปีกคู่หน้าสีเหลือง มีรอยเส้นใหญ่สีชมพูพาดขวาง ปีกคู่หลังจางกว่า ตัวเมียอ้วนปล้องกว่าตัวผู้ มีปล้องท้องที่เห็นได้ชัด 6 ปล้อง กางปีกวัดได้ 19-24 มม. ส่วนตัวผู้มองได้ชัด 7 ปล้อง กางปีกวัดได้ 21-26 มม. ตัวหนอนระยะแรกสีเขียวอ่อน ด้านสันหลังมีจุดสีขาวเป็นคู่ๆ ทุกปล้อง เห็นเป็นรายละเอียดสีขาวสลับเขียวอยู่ด้านหลัง ทุกปล้อง ตัวหนอนผอมบางมีขนอ่อนสีขาวหรือเกือบไม่มีสีที่ข้างลำตัวทุกปล้อง ใบอ่อนที่ถูกหนอนทำลายจะเห็นใบปุ มีใยบางๆตามใบและใบหงิกงอห่อตัวไม่เจริญเต็มที่ สำหรับใบแก่ที่ถูกกินจะเหลือแต่เส้นใบเห็นเป็นร่างแห หนอนชนิดนี้จึงมีบางคนเรียกว่า teak skeletonizer ตัวหนอนเข้าดักแด้ที่ใบ โดยสร้างใยบางใสปิดไว้ ดักแด้ใช้เวลาประมาณ 5 วัน ขนาดตัวหนอนโตเต็มที่ ยาวประมาณ 2.5 ซม.

  ผีเสื้อ H. puera มีขนาด 21-40 มม. ปีกคู่หน้าสีน้ำตาลแห้ง ปีกคู่หลังสีน้ำตาลเข้ม มีแถบสีส้มขอบแดงอยู่ตรงกลางปีกและขอบล่างของปีก ตัวผู้และตัวเมียไม่มีความแตกต่างกันที่จะเห็นได้ชัด ผีเสื้อว่องไวมากในตอนกลางคืน บินได้ระยะไกล วางไข่ที่ด้านบนและด้านล่างของใบ วางไข่นานถึง 1 สัปดาห์ ประมาณ 500-600 ฟองต่อตัว ตัวหนอนที่ฟักออกจากไข่ใหม่ๆ กินผิวใบที่อ่อนนุ่ม และใช้ส่วนของใบที่กัดแทะออกห่อหุ้มตัว โดยใช้ใยบางๆ ปิดไว้ ตัวหนอนเมื่อยังเล็กสีเชียว พอโตขึ้นจะแถบสีดำปนน้ำเงิน ข้างลำตัวข้างละแถบ ในระหว่างแถบทั้งสองแถบ น้ำตาลปนเหลืองบนหลังตามแนวยาวของลำตัว เมื่อใกล้เข้าดักแด้สีจะดำและมีแถบสลับขาวข้างลำตัว ด้านหลังมีแถบสีส้ม ใต้ท้องเหลือง เมื่อโตเต็มที่วัดได้ความยาวประมาณ 3.5 ซม. ปัจจุบันพบว่าตัวหนอนผีเสื้อนี้กินใบแซมด้วย

การป้องกันกำจัด

  ปัจจุบันกรมป่าไม้ใช้เชื้อแบคทีเรียพ่นกำจัดตัวหนอน ทั้งสองชนิดได้ผลดีเยี่ยม อัตราที่ใช้เช่นเดียวกับการใช้มอดป่าเจาะต้นสัก แบคทีเรียมีขายในท้องตลาดทั่วไป โดยใช้ชื่อ ทูริไซด์ อะโกนา และแบคโตสปีน

Powered by MakeWebEasy.com