ด้วงอกเหลือง (Calopepla leayana Latreille)

148 จำนวนผู้เข้าชม  |  ความรู้เรื่องแมลง

ด้วงอกเหลือง (Calopepla leayana Latreille)

ความสำคัญ

  พบระบาดครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2520  ที่จังหวัดเชียงใหม่ และพบทั่วไปในที่มีการปลูกต้นซ้อ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น สระบุรี กาญจนบุรี ชัยภูมิ และชุมพร เป็นต้น และจะพบตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป จนถึงเดือนตุลาคม การระบาดที่รุนแรงมีผลทำให้ต้นซ้อใบโกร๋นและจะกัดกินผิวของส่วนยอดทำให้ยอดแห้งตาย และต้นซ้อจะตายในที่สุด

ชีววิทยา

  การปราบศัตรูพืชป่าไม้พบว่าตัวเต็มวัยเป็นด้วงปีกแข็ง  อกด้านบนเป็นแผ่นสีเหลืองถึงส้มแดงขนาดลำตัวยาวประมาณ 12-15 มม. ปีกสีดำเป็นมัน ส่วนท้องที่อยู่ใต้ปีกทั้งหมดเป็นสีเหลือง มีหนวดสั้นแต่เห็นได้ชัด บินได้ค่อนข้างดี ตัวเมียวางไข่เป็นกลุ่มและวางไข่ทั่วไปบนต้นซ้อ ไข่มีลักษณะยาวรีสีเหลืองส้มวางตั้งเกาะติดกันโดยมีเยื่อสีน้ำตาลปิดหุ้ม ให้กลุ่มหนึ่งมีตั้งแต่ 38-132 ฟอง เมื่อถูกรบกวนจะไม่วางไข่เป็นกลุ่ม กินไข่ตัวเองในบางครั้ง ระยะไข่ใช้เวลา 5 ถึง 8 วัน ระยะของตัวอ่อน ดักแด้ และตัวเต็มวัยแตกต่างกันมาก ตัวอ่อนที่ฟักออกมาเรียกว่า nymph สีเหลืองส้มเช่นเดียวกับไข่ ส่วนขาเกาะใบได้เหนียวแน่น ระยะแรกไม่มีหนวด ลำตัวอ่อนนุ่ม

เมื่อลอกคราบลำตัวจะมีสีเข้มขึ้นจนเป็นสีดำมีแถบเหลืองพาดยาวที่กลางหลัง รอบตัวมีหนามยาวอ่อนๆ สีขาว ลำตัวค่อนข้างแบนอ้วนอุ้ยอ้าย ตัวอ่อนเคลื่อนไหวช้า การลอกคราบแต่ละครั้งคราบจะติดอยู่ที่ปลายลำตัว และรวมกับสิ่งที่ขับถ่ายออกมาเห็นเป็นพู่ดำคล้ายหาง ระยะตัวอ่อนใช้เวลา 18-20 วัน ดักแด้เป็นสีดำขาวไม่มีพู่สีดำติดอยู่อีกต่อไป และเกาะติดแน่นอยู่กับใบซ้อระยะดักแด้นานประมาณ 6-7 วัน วงจรชีวิตทั้งสิ้นประมาณ 29-35 วัน ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยกินใบซ้อเป็นอาหาร กัดกินใบซ้อเป็นรูค่อนข้างกลม ในธรรมชาติพบศัตรูธรรมชาติของไข่ และตัวอ่อนของด้วงอกเหลือง

การป้องกันกำจัด

  เมื่อมีการระบาดสามารถกำจัดได้ง่าย  โดยใช้ยาเซฟวิน พ่นไปที่ใบกำจัดได้ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย ในการฉีดพ่นยาฆ่าแมลงควรหลีกเลี่ยงในระยะที่แตนเบียนของดักแด้ และแตนเบียนไข่อยู่ในปริมาณสูง เช่น ที่จังหวัดเชียงรายในปี 2524 พบแตนเบียนไข่ และแตนเบียนดักแด้สูงมากในเดือนสิงหาคม และในปี 2525 พบแตนเบียนดักแด้และตัวห้ำที่จังหวัดขอนแก่น มีปริมาณสูงในเดือนมิถุนายน จากสภาพที่สำรวจในธรรมชาติพบว่า แมลงตัวนี้มีแนวโน้มสูงที่สามารถจะกำจัดได้โดยใช้แมลงศัตรูธรรมชาติ

 

แหล่งที่มาของรูปภาพ : semanticscholar

Powered by MakeWebEasy.com