ด้วงเจาะลำต้นซ้อ(Glenea indiana Thoms.)

149 จำนวนผู้เข้าชม  |  ความรู้เรื่องแมลง

ด้วงเจาะลำต้นซ้อ(Glenea indiana Thoms.)

ความสำคัญ

  เมื่อต้นซ้อถูกตัวหนอนของด้วงนี้กัดกินทำลายหลายตัวพร้อมๆ กันในฤดูนั้นจะทำให้ต้นซ้อเกิดอาการเหี่ยวเฉา ใบเหลืองและตายในที่สุด เช่นที่จังหวัดขอนแก่น พบว่าแปลงต้นซ้อที่มีอายุ 5 ปี ถูกตัวหนอนเจาะทำลายลำต้นจนตายถึง 40% นอกจากนั้นด้วงนี้ยังเป็นศัตรูของต้นสักด้วย การระบาดของด้วงนี้ได้พบแล้วในหลายจังหวัด ทำลายสวนไม้ซ้อแห่งหนึ่งๆ ให้ตายไปปีละมากๆ ทำให้แนวโน้มที่จะปลูกสวนไม้ซ้อลดฮวบลงอย่างกะทันหัน และมีการงดปลูกซ้อเนื่องจากสาเหตุนี้ไปบ้างแล้วในบางท้องที่

ชีววิทยา

  ตัวเต็มวัยเป็นด้วงหนวดยาว รูปร่างแบบทรงกระบอกเรียวยาว ตัวผู้และตัวเมียขนาดแตกต่างกัน ตัวผู้มีลำตัวยาวประมาณ 13-14 มม. ส่วนตัวเมียมีลำตัวยาวประมาณ 15-17 มม. ลักษณะที่แตกต่างระหว่างตัวผู้กับตัวเมียที่เห็นชัด คือ ปีกคู่หน้าของตัวผู้สั้นคุมส่วนท้องไม่มิด ทำให้ส่วนปลายของปีกคู่หลังโผ่ลออกมายาวประมาณ 1 มม. ตัวด้วงมองจากด้านบนเห็นเป็นลายขวางสีเหลืองสลับดำ มองจากด้านท้องส่วนอกปล้องสุดท้าย และส่วนท้องปล้องที่ 4,5 มีสีเหลือง ตัวหนอนสีขาวหัวโตกลม ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของด้วงหนวดยาว ตัวหนอนตัวเต็มที่ยาวประมาณ 3 ซม.

ประมาณเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม จะพบตัวเต็มวัยจะผสมพันธุ์หลังจากนั้นประมาณ 4 วันจึงวางไข่ แล้วตัวเมียตายภายหลังการวางไข่ 1-2 วัน ตัวเมียวางไข่เป็นฟองเดี่ยวๆ ตามเปลือกของไม้ซ้อที่ยืนต้นอยู่ ตัวอ่อนที่ฟักออกจากไข่จะเริ่มเจาะไซเปลือกของไม้ซ้อทันที จึงจะกินเข้าไปในกระพี้และถึงเนื้อไม้ และเข้าดักแด้อยู่ในกระพี้หรือเนื้อไม้จนตัวเต็มวัยแล้วกัดแทะเนื้อไม้หาทางออกในที่สุด รูที่ตัวด้วงเจาะออกจะเป็นรูกลมซึ่งผิดกับรูที่เจาะเข้าที่จะเห็นเป็นเพียงรอยแผล ฉะนั้น การเจาะของตัวหนอนจึงจะเข้าทางหนึ่งและออกเป็นตัวด้วงอีกทางหนึ่ง เนื้อไม้ที่ถูกเจาะเมื่อผ่าตามขวาง พบว่า ส่วนของกระพี้จะถูกเจาะไซเป็นแนวโค้งและคด มีขุยที่อยาบติดอยู่ภายในรูที่ถูกเจาะด้วย เมื่อผ่าลำต้นซ้อตามความยาวจะพบรูเนื้อไม้กระจายอยู่ทั่วไป

ไม้ซ้อที่มีอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป จะถูกเจาะตั้งแต่ระดับชิดโคนเรื่อยขึ้นไปจนถึงระดับสูงประมาณ 2 เมตร ลักษณะของรูที่ถูกตัวหนอนเจาะไซในระยะแรกๆ เห็นเป็นขุยละเอียดติดบริเวณปากรูซึ่งสังเกตได้ยากมากเพราะส่วนใหญ่ตกสู่พื้นดิน ระยะต่อมา ขุยที่ออกมาจะมีของเหลวปนออกมาด้วย พร้อมกันนี้ปรากฏว่ามีหนอนแมลงวันและตัวอ่อนของด้วงปีกแข็งชนิดอื่น เข้าร่วมเจาะทำลายบริเวณเปลือกชิดกับเยื่อเจริญ ทำให้เกิดการหมักบูดในบริเวณปากรูและบริเวณใกล้เคียง เห็นเป็นสะเก็ดแผลดำๆตามลำต้นซ้อ

การป้องกันกำจัด

  เนื่องจากตัวด้วงบินออกจากต้นซ้อเพื่อผสมพันธุ์ และวางไข่ในช่วงเดือนพฤษภาคมมากที่สุด ประกอบกับตัวหนอนจะอาศัยกินเยื่อเจริญใต้เปลือกอยู่นานถึง 4 เดือน ฉะนั้นในการพ่นยากำจัดจึงต้องใช้ยาที่สามารถดูดซึมเข้าไปฝังอยู่ในเนื้อเยื่อของต้นพืช โดยให้ใช้ยาลอร์สแบน พ่นที่ลำต้นในกลาง-ปลายเดือนพฤษภาคม เพื่อฆ่าตัวด้วงที่กัดแทะลำต้นเพื่อหาทางออก และฆ่าตัวหนอนในขณะที่กินอยู่ที่เปลือกในช่วงเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม การพ่นยาล่าช้ากว่านี้จะไม่ได้ผลตามที่คาดหมาย

 

แหล่งที่มาของรูปภาพ : inaturalist.org

Powered by MakeWebEasy.com