หนอนหนาม (Metanastria latipennis Wkr.)

143 จำนวนผู้เข้าชม  |  ความรู้เรื่องแมลง

หนอนหนาม (Metanastria latipennis Wkr.)

ความสำคัญ

  ในปี พ.ศ. 2519 ได้รับรายงานเป็นครั้งแรก  ว่าระบาดกินใบสนสามใบที่หน่วยปรับปรุงต้นน้ำขุนคอง จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้สนสามใบอายุ 13 ปี กลุ่มหนึ่งมีใบโกร๋น ในระหว่างปี 2520-2524 พบแมลงนี้ประปรายแต่ไม่ปรากฏกรรกินใบจนโกร๋นเช่นในปี 2519 จนกระทั่งเดือนเมษายน 2525 มีรายงานจากเชียงรายอีกส่า สนสามใบกลุ่มหนึ่ง ถูกหนอนหนามกินใบโกร๋น หนอนนี้โดยปกติชอบใบสนสามใบมากกว่าพืชอื่น แต่รายงานจากเชียวรายพบว่า กินใบซ้อเป็นจำนวนมากด้วย

ชีววิทยา

  ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน  ปีกสีน้ำตาลอ่อน มีขนปกคลุมมาก ขนาดของตัวเมียเมื่อกางปีกวัดได้ประมาณ 3.5 นิ้ว มีหนวดแบบ filiform ตัวผู้มีขนาดเล็กกว่าตัวเมียและมีหนวดแบบ bipectinate มีอายุอยู่ได้ 1 สัปดาห์ ผีเสื้อจะเริ่มออกมาให้เห็นในราวเดือนกันยายน-ธันวาคม ในธรรมชาติผีเสื้อวางไข่เป็นกลุ่มติดอยู่ตามใบสนเป็นกระจุก ผีเสื้อตัวหนึ่งสามารถวางไข่ได้ถึง 400 ฟอง ไข่มีเปลือกแข็งสีน้ำตาลขาว กลมแป้นขนาดเท่าลูกปัด ระยะไข่ประมาณ 10-14 วัน ตัวหนอนสีดำขนาดโตที่สุดเคยพบยาวถึง 5 นิ้ว ข้างลำตัวมีแถบสีเหลือง-น้ำตาล มีขนที่มีลักษณะเป็นหนามแหลม ปกคลุมข้างลำตัวเป็นกระจุกๆ

ขณะที่ตัวหนอนยังเล็กขนจะอ่อนนุ่ม เมื่อโตขึ้นขนนี้จะเเข็งขึ้นและแหลมคม หลุดจากลำตัวได้ง่าย เมื่อโดนผิวคนเราจะรู้สึกเจ็บปวด พบในธรรมชาติตั้งเเต่เดือนมกราคม ถึง กรกฏาคม เข้าดักแด้ตามใบไม้หรือกิ่งไม้บนต้นที่อาศัยเป็นอาหาร หรือตามต้นไม้พื้นล่างของสวนป่าสนมีเยื่อสีน้ำตาลอ่อนเหนียวมากห่อหุ้มตัวดักแด้ ตัวหนอนเริ่มเข้าดักแด้ตั้งเเต่เดือนกรกฏาคมเป็นต้นไป จนถึงเดือนพฤศจิกายน และในช่วงนี้ยังพอเห็นตัวหนอนประปรายอยู่บ้าง

การป้องกันจำกัด

  เท่าที่สำรวจมายังไม่นับว่ามีการทำลายสูงถึงขั้นระบาดได้  และปริมาณแมลงที่ปรากฏในแต่ละปีนั้นจะมีลักษณะเป็น sporadic คือไม่พบมากในทุกปี มีการเว้นปีบ้าง ต้นสนที่ถูกกินใบโกร๋นก็มีอยู่กันเป็นกลุ่มๆ ละไม่เกิน 100 ต้น และทิ้งช่วงห่างๆ กัน หากต้องการกำจัดในกรณีที่ตัวหนอนกัดกินใบของต้นไม้ที่มีคุณค่า เช่น ไม้ที่ปลูกไว้สำหรับให้ร่มหรือเป็นไม้ประดับก็ใช้เวฟวิน-แอล อัตรา 45 ซีซี.ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือเชื้อแบคทีเรีย เช่น แบคโตสปีน ทูริไซด์ หรืออโกนา ในอัตรา 1 กก./น้ำ 500 ลิตร พ่นที่ใบได้

Powered by MakeWebEasy.com