ด้วงเจาะเปลือกสนเขา ( Ips acuminatus Gyllenhal, Ips sexdentatus Boener)

49 จำนวนผู้เข้าชม  |  ความรู้เรื่องแมลง

ด้วงเจาะเปลือกสนเขา ( Ips acuminatus Gyllenhal, Ips sexdentatus Boener)

ความสำคัญ

  เนื่องจากด้วงเจาะเปลือกสนเขา  ดำรงชีวิตอยู่ได้ โดยอาศัยกินเยื่อเจริญ (cambium)ของเปลือกสนเขาหรือจำพวกไพน์ (pine) ชอบเจาะเข้าที่เปลือกสนของต้นสนที่ตัดฟันลงใหม่ หรือต้นที่ตายใหม่ และเมื่อมีปริมาณมากก็สามารถเจาะเข้าทำลาย cambium ของต้นสนที่ยืนต้น และทำให้ต้นสนตายได้ในระยะเวลาอันสั้น คือประมาณ 3 เดือน ในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศในยุโรป อีกทั้งในเอเชีย เช่น ประเทศฟิลิปปินส์ ต้นสนตายไปเป็นปีจำนวนมากๆ

ด้วยสาเหตุเรื่องนี้ ยกตัวอย่างเช่นในปี 1978 ประเทศนอร์เวย์ ประมาณว่าได้สูญเสียไม้สนไปถึง 3 ล้านต้น คิดเป็นมูลค่า 20 ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ประเทศสวีเดนสูญเสียไม้สนไปประมาณ 1 ล้านต้น สำหรับประเทศไทยยังไม่มีการสูญเสียในขั้นที่เรียกว่ารุนแรง จำนวนตัวด้วงอาจเพิ่มประมาณสูงขึ้นถึงขีดที่ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงได้ หากไม่มีการจัดการในเรื่องการทำไม้สนออกจากป่าให้ถูกต้อง

ชีววิทยา

  ตัวด้วง l. sexdentatus มีขนาด 5 มม.  ในขณะที่ l. acuminatus โตเพียง 3 มม. ลำตัวเป็นรูปทรงกระบอก ท้ายตัด มองจากด้านบนจะไม่เห็นส่วนหัว สีของตัวด้วงมีตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อนจนถึงดำขึ้นอยู่กับอายุ ถ้าอายุมากจะมีสีเข้มขึ้นตามลำดับ ตัวด้วงเจาะเข้าที่เปลือกสนได้ทันทีที่ต้นสนนั้นถูกตัดโค่นลง ตัวผู้จะเข้าไปทำช่องว่างไว้ให้ตัวเมียตามเข้าไปเพื่อผสมพันธุ์ ตัวเมียเมื่อผสมพันธุ์แล้วจะเจาะ cambium เป็นทางยาวเพื่อฝังไข่ตามผนังของทางนั้น เราเรียกทางนี้ว่ารังตัวเมีย

ตัวเมีย 1 ตัวสามารถวางไข่ได้ตั้งแต่ 40-150 ฟอง ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารและพื้นที่ที่ตัวเมียจะสร้างทางวางไข่ไปได้โดยไม่มีการรบกวน วันหนึ่งๆ ตัวเมียจะวางไข่ 3-10 ฟอง ใครที่ถูกวางก่อนจะฟักเป็นตัวก่อน ฉะนั้น รังตัวเมียที่สมบูรณ์ และมีอายุประมาณ 3-4 สัปดาห์ เราจะพบแมลงนี้ได้หลายระยะคือระยะไข่ระยะหนอนและระยะดักแด้

การป้องกันกำจัด

  การกำจัดด้วงนี้ต้องลงทุนสูงมาก  เช่นเดียวกับการกำจัดแมลงศัตรูป่าไม้อื่นๆ การป้องกันนั้นทำเพื่อป้องกันสนที่ยืนต้นอยู่มีให้ได้รับอันตราย วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือการลดปริมาณตัวด้วง โดยการหมั่นตรวจต้นสนที่ตายใหม่ๆ ซึ่งอาจตายด้วยสาเหตุใดก็ตาม เช่น ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ลมพัดหักโค่น และต้นสนที่ถูกตัดออก สนที่ตายใหม่เหล่านี้จะต้องได้รับการลอกเปลือกออกเสีย หรือพ่นยาเคมีบนท่อนสนที่ไม่ได้ลอกเปลือก โดยใช้ ลอร์สเเบน 20 อีซี 1.0% หรือ เพอริเจน 2.5 อีซี 0.2% หรืออาจพ่นด้วย เซฟวิน

เพราะในสวนป่าสนมักจะมี ตัวห้ำ Rhytidoclerus rufoventris ซึ่งเป็นด้วงในวงศ์ Cleridae อยู่มาก เซฟวินค่อนข้างจะปลอดภัยต่อตัวห้ำในวงศ์ Cleridae ในการป้องกันกำจัดแมลงโดยใช้สารเคมี จำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยต่อตัวห้ำและตัวเบียนเป็นสำคัญด้วย การป้องกันอีกวิธีหนึ่งก็คือหลีกเลี่ยงการตัดต้นสนในระหว่างเดือนเมษายน ถึงเดือนตุลาคมเพราะช่วงนี้จะมีปริมาณด้วงมากกว่าเดือนอื่นๆ

 

แหล่งที่มาของรูปภาพ : folio.ca

Powered by MakeWebEasy.com